(Visual Fic) Eva-Nagisa Family Project Part 2

posted on 04 Aug 2011 21:56 by shiruki in AnimeWorld

คำชี้แจง  เกมพัฒนาขึ้นแล้วนะจ่ะ!! 

กรณีในคำถามบางคำถาม (รวมถึงช่วงสนทนา)นั้นไม่มีผลต่อการดำเนินเรื่อง เปลี่ยนแปลงเนื้อหาหรือเปลี่ยนแปลงรูท เป็นแค่คำถามสเปเชี่ยลที่มีไว้ขั้นและเติมแต่งสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น เนื่องจากเป็นเกมสนทนา เพราะฉะนั้นจะมีแค่การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์เฉยๆไม่ได้ ต้องมีความสนุกสนานเสริมเติมแต่งด้วย

 

ช่วงสนทนาจะเป็นคำถามและช้อยให้เลือกตอบ และจะมีเฉลยในบรรทัดต่อมา แต่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงบทใดๆทั้งสิ้น ยังคงให้อ่านต่อเหมือนเดิม

 

ในช่วงพาร์ท 2 ขึ้นไปอาจจะมีการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาระบบทริคแก้ปัญหาเสริม เพื่อความสมจริงของเนื้อหาเกมมากขึ้น มีตัวช่วย (Tool Bar) และระบบติดต่อกับ GM โดยตรง (ก็แอดเฟซมานั้นแหล่ะ) 555+ พูดส่ะทางการเลย

 

ในส่วนของทริคเสริม หากต้องการจะเปิดดู ให้คุมดำเพื่อเปิดอ่าน ถ้าไม่ต้องการให้ข้ามไป

ในส่วนของตัวช่วยก็เช่นกัน จะมีเพิ่มเข้ามาเป็นระยะๆ เพื่อชี้นำทางในการแก้ปัญหา หรือชี้แจงเพิ่มเติม

หากงง มีข้อสงสัย หรือต้องการเสนอความคิดเห็น ให้เม้นไว้ หรือหลังไมค์มาได้ ยินดีเสมอ ^^ จร้า~  

ป.ล. ทำเอง งงเอง ร่างโครงรูทกับตอนจบเยอะสาดดดดดดด แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีในช่วงนึง... หลังจากนี้อันไหนไปไม่ไหวจะพยายามหักๆออก บางรูทอาจจะสั้นหรือถึงจุดไคลแมกซ์เร็วก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับโครงเน้อ

 

 

โวยวาย: เหนื่อยว่ะ!!

Nagisa Family Project Part 2

 

คำตอบ B.....”

 

ในห้องมืดสลัวที่มีแสงแดดอ่อนๆส่องผ่าน วันนี้เป็นวันธรรมดาๆวันนึง เป็นวันหยุดที่ชั้นไม่จำเป็นต้องไปโรงเรียน ที่น่าแปลกใจคือตัวชั้นสามารถตื่นเองได้

แต่นี้..ก็ปาเข้าไป 8.45 นาฬิกาแล้ว....

 

ตึกๆๆๆๆ

แรงสั่นสะเทือนจากการที่เท้ากระทบพื้นบ้านจนเกิดเป็นเสียงที่ทำให้รู้ว่ามีผู้ที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและรุนแรงพอประมาณ เด็กสาววิ่งเข้าห้องน้ำแล้วจัดการธุระของตนเองด้วยความเร่งรีบ ก่อนที่จะวิ่งหน้าตั้งลงมาที่ชั้นล่างของบ้านเพื่อที่จะทำธุระของตนเองให้เสร็จสิ้น

 

สายแล้ว! สายแล้วแน่ๆ ชั้นลืมไปว่าวันนี้นัดเพื่อนไปดูหนังกัน แบบนี้ต้องโดนด่านานเป็นหางว่าวไม่ต่างจากรถไฟชินคันเซ็นแน่ๆ

 

“เรย์ริ ไม่ทานข้าวหรอลูก?”

“ขอเป็นขนมปังทาเนยแล้วกันนะค่ะ ไม่มีเวลาแล้วค่ะพ่อ!! หนูต้องโดนเพื่อนสับหัวเป็นชิ้นๆแน่”

ชั้นรีบเดินไปจัดการทาเนยบนขนมปังปิ้งที่พ่อปิ้งไว้ให้คู่กับนมและไข่ดาว ในใจลึกๆก็อยากจะอยู่ทานต่อจริงๆ แต่ในเวลาแบบนี้ชั้นคงต้องเร่งสักหน่อย

“สำคัญขนาดนั้นเลยหรอ?”

พ่อหันมาถามชั้นโยที่ทำหน้าจ่อยๆนิดหน่อย ชั้นเองก็รู้สึกผิดที่ปล่อยให้พ่อต้องอยู่คนเดียว แต่เอาไว้ขอโทษท่านทีหลังจะดีกว่า

“สำคัญสิ ให้เพื่อนรอ มันก็ตัวถ่วงชัดๆ”

“ฮึฮึ”

พ่อยิ้มแล้วก็หัวเราะเบาๆให้กับชั้นเหมือนว่าตอบรับความรู้สึกของชั้นที่ไม่อยากให้ท่านเครียดไปด้วย แล้วชั้นก็รู้สึกดีขึ้นมากที่พ่อเข้าใจชั้น

ตอนนี้ชั้นเสร็จสิ้นภารกิจมื้อเช้าแล้ว ในขณะที่สนทนากับพ่อที่อยู่ในห้องครัวไป ชั้นก็ใส่รองเท้าผ้าใบของตนเองไปด้วย

“วันนี้แม่จะกลับมากี่โมงหรอฮะ?”

“ประมาณบ่ายๆน่ะ”

“ค่ะ~~”

 

วันนี้ชั้นแต่งตัวแบบสบายๆเหมือนทุกครั้ง เสื้อมีฮูดสีขาว กางเกงสามส่วนสีครีม ถุงเท้าสีขาวปกติ

และแน่นอนว่าต้องไม่ลืมกระเป๋าเป้และนาฬิกาข้อมือ

 

พ่อเดินออกมาส่งชั้นตรงหน้าประตูบ้าน เหมือนปกติที่จะต้องมีพ่อหรือแม่ออกมาส่งลูกก่อนจะออกจากบ้าน

“พ่อค่ะ?”

“หืม?”

“เดี่ยวจะรีบกลับมานะค่ะ”

พอพูดจบชั้นก็ยิ้มให้กับพ่อของชั้น แน่นอนว่าพ่อเองก็ยิ้มให้กับชั้นเหมือนกัน

ชั้นไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง ชั้นจึงสัญญากับพ่อว่าจะรีบกลับมา มันทำให้ชั้นรู้สึกว่าพ่อจะสบายใจกับคำสัญญาของชั้นที่ฟังดูไม่สำคัญเท่าไรก็เถอะ

“ไปแล้วนะค่ะ~~”

“โชคดีนะลูก”

พ่อโบกมือให้ชั้น เหมือนกับที่แม่ทำ เห็นแบบนี้ก็อดรู้สึกจั๊กจี้ไม่ได้ เพราะการกระทำนั้นส่วนใหญ่คนที่ทำมักจะเป็นผู้หญิงส่ะมากกว่า แต่พ่อที่ไม่น่าจะรู้เรื่องพวกนั้นจะทำแบบนี้เพราะเลียนแบบมาจากแม่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับชั้น แต่ก็แปลกสำหรับบ้านอื่นล่ะนะ

 

ชั้นยิ้มเจื่อนๆพรางหัวเราะในลำคอ ก่อนที่จะขึ้นขี่จักรยานคู่ใจออกไป

วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมาก สดชื้นอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

 

ชีวิตวัยรุ่นน่ะเพื่อนสำคัญมากกว่าสิ่งใด เพราะฉะนั้นจะให้พลาดสักวินาทีเดียวก็ไม่อยากพลาดเลยแท้ๆ แต่กลับต้องมาติดแง๊กเพราะรอให้รถไฟผ่าน

“เร็วๆซี้ เร็วๆหน่อยสิ ....”

ชั้นบ่นพรึมพรำกับตัวเองด้วยความประสาทเสียและหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด

ก่อนที่จะรีบบึ่งต่อทันทีที่รถไฟผ่านไปหมดขบวนและสามารถผ่านทางรถไฟไปได้อย่างเร่งรีบ

สองข้างทางในตัวเมืองเริ่มค่อยๆเปลี่ยนเป็นย่านการค้ามากขึ้นเรื่อยๆ นั้นบ่งบอกให้รู้ว่าชั้นใกล้จะถึงที่หมายแล้ว

 

แต่ถ้าดวงดีกว่านี้ก็คงจะถึงได้อย่างไม่มีปัญหาหรอก....

 

“ขะ ขะ ขอโทษฮะ~ เป็นไรมากหรือเปล่า?”

“เปล่าครับ ผมไม่เป็นอะไร”

 

อย่างที่หลายๆคนคิด ชั้นเฉี่ยวคนจนเกือบจะชนเข้าให้แล้ว ดีนะที่เป็นคนที่มีความสามารถในการบังคับพาหนะพอตัว ไม่เช่นนั้นที่นัดเพื่อนไว้ เป็นอันหายนะมาเยือนแน่ๆ

ชั้นช่วยพยุงตัวของเด็กผู้ชายอายุไร่เรี่ยกับชั้นขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้บอบบางอย่างแปลกๆแบบนี้ เหมือนกับจะเป็นผู้หญิงส่ะมากกว่าถ้าไม่ติดเรื่องเสียงกับไม่มีหน้าอกนะ

ทันทีที่คนๆนั้นเงยหน้าขึ้นมา ชั้นกลับรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ชั้นก็นึกไม่ออกเหมือนกัน

 

ชั้นขอตัวที่จะขอไปต่อ เหมือนคนไร้สำนึก แต่เพราะว่าเค้าดูจะไม่เป็นอะไรจริงๆนั้นแหล่ะ ชั้นถึงได้ขอตัวออกไปได้ เด็กผู้ชาย คงไม่เป็นอะไรเท่าไรหรอกมั้ง แต่ความอ้อนแอ้นหรือเซ่อซ่านั้นก็ยังทำให้ชั้นหงุดหงิดเล็กๆอยู่ดี

 

หรือว่าชั้นจะเห็นแก่ตัวเกินไปนะ?

 

จะกลับไปช่วยเด็กคนนั้น หรือว่าจะไปต่อ?

B.1 โถ่เอ้ย ถ้ามันตายขึ้นมา ชั้นก็ต้องรับผิดชอบสินะ

B.2 แต่ถ้ามัวกังวลแบบนี้ เราน่ะสิ ที่จะแย่

 

 

คำตอบ2...”

 

“นี้ 06 ....”

ชั้นเหลือบไปมองหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหลังตนเอง

 

“เมื่อไรจะถึงเวลาแห่งพันธสัญญาล่ะ?”

นัยน์ตาสีแดงฉานจับจ้องอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะยันตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วเงยหน้ามองขึ้นไป ณ ความเวิ้งว้างไร้ขอบเขต

สุญญากาศที่แปรเปลี่ยน ทำให้เกิดแรงผลักดันคล้ายคลึงลมพัดอย่างรุนแรงบนดวงจันทร์ซึ่งไม่น่าจะมีอากาศหรือลมได้เลย ทว่าแรงผลักดันมหาศาลนั้นก็เกิดขึ้นมาระยะๆได้เหมือนกัน

 

ผมสีฟ้าขาวปลิวไปตามแรงลมตามกฎธรรมชาติอย่างที่มันควรจะเป็น แต่ดวงตาสีแดงก็ยังไม่ลดล่ะจากการจับจ้อง

ภาพที่ปรากฏและสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ

คือภาพของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ที่มีชื่อว่า “โลก”

 

สถานที่บ้านเกิดและสถานที่ๆเธอจากมา

ตัวของเธอคนนี้ บัดนี้กลับกลายเป็นบุคคลที่น่าสงสัยและเต็มไปด้วยความลับมากที่สุด

 

“นี้...พูดอะไรบ้างสิ มันเหงานะ”

เด็กสาวหันไปมองพร้อมกับยิ้มให้ 06 ของเธอ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีหน้าไม่พึงพอใจ

“ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ตอบสินะ งั้นก็ได้...”

 "ฮะๆ"

(ภาพแทนนะ ยังไม่เสร็จ...เกือบๆถาวร ฮา)

“ชั้นจะทำให้เวลานั้นมาถึงเร็วๆเอง ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก”

 

-จะทำตามพันธสัญญา หรือว่าจะพูดคุยกับใครอีกไหม?

2. คงต้องรออีกสักพัก B.1 คนๆนั้น... C. งี่เง่า!

 

C. เลื่อนลงไปอ่านคำตอบข้างล่างได้เลย โดยที่หากเลือก 2. หรือ B.1 จะต้องรอในเอนทรี่ต่อไป

 

คำตอบ C…”

 

  งี่เง่าจริงๆเลยตัวชั้น...

ไม่ว่าจะหลับตาลงฝันมากเท่าไร

มันก็ไม่มีวันจะกลับไปได้แล้วแท้ๆ

หรือว่ามันไม่มีเรื่องแบบนั้นแต่ต้นนะ?

 

ชั้นต้องหลอกตัวเองไปอีกนานแค่ไหนกัน?

ทั้งเรื่องโรงเรียน ทั้งพ่อ ทั้งแม่...

มันก็แค่จินตนาการเพ้อฝันของชั้นเอง

 

อยากปฏิเสธเหลือเกิน....แล้วก็เคยปฏิเสธเรื่อยมา...

 

“จะหลบหนีจากความเป็นจริงแล้วมัวแต่โกหกแบบนี้หรือไงกันเรา...”

 

แต่ว่า...แล้วจะให้ทำยังไง

หนูต้องทำยังไงกัน….

 

เหงาจัง...หนาวด้วย...

 

-นึกถึงอะไร?

a. ตัวชั้น.... C. ทำไมกัน....?

 

เลื่อนลงไปอ่านข้างล่างได้ทั้ง 2 คำตอบ

 

คำตอบA….”

 

“แม่!!”

คำอุทานทันทีที่เห็นดังนั้น แม่กลับมาบ้านพร้อมกับมีรถมาส่ง ชั้นคิดในใจว่าคงจะเป็นรถจากที่ทำงานแน่ๆ ซึ่งมีให้เห็นไม่บ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่ชั้นจะมักไม่อยู่บ้านตอนที่แม่ไปทำงานหรือกลับมาบ้าน เรียกว่าคลาดเคลื่อนทุกทีเห็นจะได้  แต่ก็อดสงสัยกับตราสัญลักษณ์ที่เขียนว่า Nerv แล้วมีรูปคล้ายๆใบไม้ไม่ได้ ถึงจะสงสัยไป แต่มันก็คงเป็นแค่องค์กรอะไรสักอย่างหรือเปล่านะ

ชั้นจึงรีบวิ่งลงไปหาแม่ที่กำลังเดินเข้าประต